ชวนกันเลิกบุหรี่ให้ได้ 3 ล้านคน ใน 3 ปี

เลิกบุหรี่ ชีวิตเปลี่ยน…ชวนกันเลิกบุหรี่ให้ได้ 3 ล้านคน ใน 3 ปี สร้างสถิติใหม่ประเทศไทย

บุหรี่ เป็นยาเสพติดที่ถูกกฎหมาย ประโยคนี้อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกแค่ว่า ก็ใช่..แล้วไงต่อ โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่อยู่แล้วอาจจะไม่รู้สึกอะไรเลย จนกระทั่งได้ยินประโยคที่ตามมา

“บุหรี่ จะคร่าชีวิตครึ่งหนึ่งของผู้สูบที่ไม่ยอมเลิกบุหรี่”

ถ้าใครกำลังสั่งสูบบุหรี่อยู่กับเพื่อนต้องลองหันไปมองหน้ากันแล้วสิว่า ระหว่างคุณกับฉัน ใครจะตายใครจะอยู่!

แต่นั่นคงไม่ต่างอะไรกับข้อมูลตัวเลขซ้ำๆ ที่เราได้ยินกันจนชินหู เช่น ตัวเลขการเสียชีวิตจากโรคที่มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ในกลุ่มคนอายุ 30 ปีขึ้นไป ในปีที่ผ่านมาสูงถึง 50,710 คน หรือประมาณร้อยละ 12 ของการตายทั้งหมด ซึ่งโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นสาเหตุหลักของโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ รองลงมาคือโรคมะเร็งปอด โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็งอื่นๆ

พูดง่ายๆ ว่าเจ้าบุหรี่นี้เป็นมหันตภัยที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐศาสตร์ 74,884 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.78 ของจีดีพี โดยคิดเป็นค่าใช้จ่ายทางตรงทางการแพทย์เท่ากับ 11,473 ล้านบาท

ดังนั้น เครือข่ายหมออนามัยร่วมกับเครือข่ายสุขภาพ โดยการสนับสนุนของกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้จัดทำโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไทย เทิดไท้องค์ราชัน” ขึ้น แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะเสด็จสวรรคตแล้ว แต่โครงการนี้จะคงดำเนินการอยู่ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองรัชกาลต่อไป โดยต้องเปลี่ยนความโศกเศร้าให้เป็นพลังความดี โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อ ชักชวน เชิญชวน และรณรงค์ให้คนไทยเลิกสูบบุหรี่ ให้ได้จำนวน 3 ล้านคน ภายในระยะเวลา 3 ปี เพื่อสร้างเสริมสุขภาพให้กับคนในชาติ ลดปัญหาการเจ็บป่วยและความสูญเสียจากการสูบบุหรี่

ตามเป้าหมายของโครงการที่วางไว้ ได้มีการกำหนดเป้าของผู้ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการเลิกสูบบุหรี่เป็นลำดับขั้น นับตั้งแต่วันก่อตั้งโครงการจนถึงวันครบรอบ 3 ปี ดังนี้คือ ปีที่ 1 (มิถุนายน 2559 – พฤษภาคม 2560) รวมจำนวนไม่น้อยกว่า 5 แสนคน ปีที่ 2 (มิถุนายน 2560 – พฤษภาคม 2561) รวมจำนวน 2 ล้านคน (นับต่อยอดจากปีที่ผ่านมา) ปีที่ 3 (มิถุนายน 2561 – พฤษภาคม 2562) รวมจำนวน 3 ล้าน (ยอดรวมทั้ง 3 ปี)

ซึ่งจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า การสูบบุหรี่ของประชากรไทย ปี 2558 ในประชากรที่มีอายุ 15 ปี ขึ้นไป เป็นผู้ที่สูบบุหรี่ 10.9 ล้านคน เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง 20 เท่า ในขณะที่ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ขณะนี้มีผู้สมัครใจเลิกสูบบุหรี่ทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว จำนวน 394,561 คน โดยมีจังหวัดทางภาคอีสาน มีผู้สมัครใจเข้าร่วมโครงการสูงสุด อันดับที่หนึ่งคือจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดอุดรธานี เรียงตามลำดับ (ข้อมูลจาก www.quitforking.com (ณ เดือนเมษายน 2560)

โครงการ 3 ล้าน 3 ปี นี้มีนัยแฝง เพราะถ้าจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการเลิกสูบบุหรี่ เป็นไปได้ตามแผนการที่วางไว้ นั่นก็หมายความว่า ภายในสามปีนี้ ประเทศไทยจะสามารถลดอัตราคนสูบบุหรี่ลงได้มากถึง 25% ไม่ต้องสงสัยว่าจะสามารถลดอัตราการสูญเสียจากค่ารักษาพยาบาลลงไปได้เป็นเงินมหาศาลอีกเท่าไร ที่สำคัญคือ ไม่มีที่ไหนในโลกที่ชวนคนเลิกบุหรี่ โดยการตั้งเป้าปีละเป็นล้านคน ถ้าประเทศไทยทำโครงการนี้สำเร็จ ก็ต้องถือเป็นโครงการเขย่าโลกที่ทั่วโลกต้องจับตามองเลยทีเดียว”

/ขอบคุณ สสส